เหล็กดิบ

เหล็กดิบ (Pig Iron)

เหล็กดิบเป็นชื่อเรียกวัสดุโลหะเหล็กที่ได้มาจากกระบวนการเตาถลุง เหล็กดิบจะเป็นต้นกำเนิดของ วัสดุผลิตภัณฑ์เหล็กทั้งหลาย เช่น เหล็กหล่อ เหล็กกล้า เหล็กเหนียว เหล็กกล้าคาร์บอน เหล็กหล่อผสมและวัสดุโลหะประเภทเหล็กอื่นๆ เหล็กดิบเป็นผลิตภัณฑ์ของการถลุงสินแร่เหล็กจากเตาสูง (Blast Furnace) การกล่าวถึงเหล็กดิบ อาจพิจารณาได้ใน 2 ลักษณะ คือ

1. เหล็กที่มีสภาพหลอมเหลว ขณะอยู่ในเตาถลุง

2. ผลิตภัณฑ์เหล็กจากกระบวนการเตาถลุง ก่อนนำไปแปรรูป หรือทำการขจัดสารเจือปน ที่มักจะอยู่ในรูปของแท่งอินกอท

 

1. ชนิดของสินแร่เหล็ก

สินแร่เหล็กมี 5 ชนิด แต่ละชนิดมีเปอร์เซนต์ของเหล็กมากน้อยต่างกันและได้มาจากแหล่ง

ต่าง ๆ กัน

                    1.1 สินแร่เหล็ก แมกนีไตต์ (Magnetite)

ชื่อทางเคมี   เฟอโรโซเฟอริคออกไซด์

สูตรเคมี Fe3O4

เปอร์เซนต์ของเหล็กประมาณ 65-75 เปอร์เซ็นต์

ลักษณะเป็นก้อนสีดำ น้ำตาลเข้ม มีแมกนีเซียม และแมงกานีสปนอยู่บ้างเล็กน้อย มีออกซิเจน ประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์

แหล่งที่พบมาก เช่น รัสเซีย อเมริกา เยอรมัน นอร์เวย์ ประเทศไทยมีไม่มาก

 

                    1.2 สินแร่เหล็กเรดเฮมาไตต์ (Red Hematite)

                               ชื่อทางเคมี เหล็กออกไซด์

สูตรเคมี Fe3O4

เปอร์เซนต์ของเหล็กประมาณ 65-75 เปอร์เซ็นต์

ลักษณะเป็นก้อนสีแดงเข้ม มีไตตาเนียมผสมอยู่เล็กน้อย มีออกซิเจนประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

แหล่งที่พบมาก เช่น อังกฤษ แคนนาดา รัสเซีย อเมริกา สเปน ในประเทศไทยมีพบมาก

                    1.3 สินแร่เหล็ก บราวเฮมาไตต์ (Brown Hematite or Limonite)

ชื่อทางเคมี เหล็กออกไซด์ และน้ำ

สูตรทางเคมี Fe2O3 : 3H2O

เปอร์เซนต์ของเหล็กประมาณ 50 – 65 เปอร์เซ็นต์

ลักษณะเป็นก้อนสีน้ำตาลหรือสีเหลืองเข้ม

แหล่งที่พบมาก อังกฤษ อเมริกา เยอรมัน ในประเทศไทยมีมาก

                    1.4 สินแร่เหล็กซีเดอร์ไรท์ (Siderite)

ชื่อทางเคมี เหล็กคาร์บอเนต

สูตรเคมี FeCo3

                               เปอร์เซนต์ของเหล็กประมาณ 35 – 45 เปอร์เซ็นต์

ลักษณะเป็นก้อนสีน้ำตาลเข้ม มีสารคาร์บอเนตผสมประมาณ 37 เปอร์เซ็นต์

แหล่งที่พบมาก อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ในประเทศไทยมีน้อย

เหล็กกล้า

ประเภทของเหล็กกล้า
เหล็กกล้าเป็นเหล็กที่ถูกนำไปใช้ในงานต่างๆมากมาย ทั้งนี้เนื่องจากเหล็กกล้านั้น มีคุณสมบัติในการรับแรงต่างๆได้ดี เช่น แรงกระแทก (Impact Strength) แรงดึง (Tensile Strength) แรงอัด (Compressive Strength) และ แรงเฉือน (Shear Strength) ซึ่งธาตุผสมส่วนใหญ่จะเป็นทั้งโลหะและอโลหะ เช่น โมลิบดินั่ม ทังสเตน วาเนเดียม เป็นต้น โดยเหล้กกล้าสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้


เหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon steels)
หมายถึง เหล็กกล้าที่มีส่วนผสมของธาตุคาร์บอนเป็นธาตุหลักที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อ
คุณสมบัติทางกลของเหล็ก และยังมีธาตุอื่นผสมอยู่อีก ซึ่งแบ่งเหล็กกล้าคาร์บอนออก
เป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Steel)

เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนไม่เกิน 0.25% นอกจากคาร์บอนแล้ว ยังมีธาตุอื่นผสม- อยู่ด้วย เช่น แมงกานีส ซิลิคอน ฟอสฟอรัส และกำมะถัน แต่มีปริมาณน้อยเนื่องจาก หลงเหลือมาจากกระบวนการผลิต เหล็กประเภทนี้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรม และใน ชีวิตประจำวันไม่ต่ำกว่า 90% เนื่องจากขึ้นรูปง่าย เชื่อมง่าย และราคาไม่แพง โดยเฉพาะเหล็กแผ่นมีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวาง เช่น ตัวถังรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ กระป๋องบรรจุอาหาร สังกะสีมุงหลังคา เครื่องใช้ในครัวเรือน และในสำนักงาน

2. เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง (Medium Carbon Steel)
เป็นเหล็กที่มีปริมาณ คาร์บอน 0.2-0.5% มีความแข็งแรงและความเค้นแรงดึงมากกว่า เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ แต่จะมีความเหนียวน้อยกว่า สามารถนำไปชุบแข็งได้ เหมาะกับ งานทำชิ้นส่วนเครื่องจักรกล รางรถไฟ เฟือง ก้านสูบ ท่อเหล็ก ไขควง เป็นต้น

3. เหล็กกล้าคาร์บอนสูง (High Carbon Steel)
เป็น เหล็กที่มีปริมาณคาร์บอน 0.5 – 1.5% มีความแข็งความแข็งแรงและความเค้น- แรงดึงสูง เมื่อชุบแข็งแล้วจะเปราะ เหมาะสำหรับงานที่ทนต่อการสึกหรอ ใช้ในการทำ เครื่องมือ สปริงแหนบ ลูกปืน เป็นต้น


เหล็กกล้าประสม (Alloys Steel)

หมายถึง เหล็กที่มีธาตุอื่นนอกจากคาร์บอน ผสมอยู่ในเหล็ก ธาตุบางชนิดที่ผสมอยู่ อาจมีปริมาณมากกว่าคาร์บอน คิดเป็นเปอร์เซนต์ โดยน้ำหนักในเหล็กก็ได้ธาตุที่ผสม ลงไปได้แก่ โมลิบดินั่ม แมงกานีส ซิลิคอน โครเมียม อลูมิเนียม นิกเกิล และวาเนเดียม เป็นต้นจุดประสงค์ที่ต้องเพิ่มธาตุต่างๆเข้าไปในเนื้อเหล็ก ก็เพื่อการทำให้คุณสมบัติของเหล็ก เปลี่ยนไปนั่นเองที่สำคัญก็คือ
1. เพิ่มความแข็ง
2. เพิ่มความแข็งแรงที่อุณหภูมิปกติและอุณหภูมิสูง
3. เพิ่มคุณสมบัติทางฟิสิกส์
4. เพิ่มความต้านทานการสึกหรอ
5. เพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน
6. เพิ่มคุณสมบัติทางแม่เหล็ก
7. เพิ่มความเหนียวแน่นทนต่อแรงกระแทก

เหล็กกล้าประสม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. เหล็กกล้าประสมต่ำ ( Low Alloy Steels )
เป็นเหล็กกล้าที่มีธาตุ ประสมรวมกันน้อยกว่า 8% ธาตุที่ผสมอยู่คือ โครเมี่ยม นิกเกิล โมลิบดินั่ม และแมงกานีส ปริมาณของธาตุที่ใช้ผสมแต่ละตัวจะไม่มากประมาณ 1 – 2% ผลจากการผสมทำให้เหล็กสามารถชุบแข็งได้ มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับใช้
ในการทำชิ้นส่วนเครื่องจักรกล เช่น เฟือง เพลาข้อเหวี่ยง จนบางครั้งมีชื่อว่าเหล็กกล้า เครื่องจักรกล (Machine Steelsเหล็กกล้ากลุ่มนี้จะต้องใช้งานในสภาพชุบแข็งและอบ
ก่อนเสมอจึงจะมีค่าความแข็งแรงสูง

2. เหล็กกล้าประสมสูง (High alloy steels)
เหล็กกล้าประเภทนี้จะถูก ปรับปรุงคุณสมบัติ สำหรับการใช้งานเฉพาะอย่าง ซึ่งก็จะมี ธาตุประสมรวมกันมากกว่า 8% เช่น เหล็กกล้าทนความร้อน เหล็กกล้าทนการเสียดสี และเหล็กกล้าทนการกัดกร่อน

ธุรกิจรับซื้ออเหล็ก

ธุรกิจนี้รับซื้ออเหล็กไม่ใช่ซื้อมาขายไปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบริหารจัดการแรงงาน คัดแยกวัสดุบริหารเงินทุน
เมื่อเปิดร้านแล้ว ไม่สามารถซื้อเพียงเศษเหล็กอย่างเดียวได้ ต้องซื้อทุกอย่าง ตัวอย่างเช่น
1 โลหะ
2 พลาสติก ยาง หรือ Polymer
3 เส้นไยพืช
4 น้ำมัน ไข และ ส่วนเกี่ยวข้อง
5 แก้ว เศษแก้ว
6 กระดาษ
7 อื่นๆ เช่นกะลามะพร้าว เอามาอบทำถ่าน
เศษผงของเนื้อมมะพร้าวที่คั้นกระทิแล้ว
มาดูกัน ที่ 1 แบ่งได้อีกเป็น
1 ทองแดง มีหลายชนิด จำแนกตามความสะอาด ใช้ทุนสูงมาก ซื้อขายกัน กก ละ 200 บาท
ถ้า 10 กก. ปนมา 1 กก. ก็ขาดทุนแล้ว
ตกเย็น ลูกจ้างเอาใส่กระเป๋ากลับบ้าน ครึ่งโล ก็ขาดทุนอีก
2 อลูมิเนียม และโลหะผสมอลูมิเนียม จำแนกตามความสะอาด
และส่วนผสมกับโลหะอื่นๆ
3 ตะกั่ว เช่น ตะกั่วแผ่น เศษตะกั่วจากตัวเรียงพิมพ์ แบตเตอรี่
4 สังกะสี หมายถึง สังกะสีจริงๆ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zinc
ไม่ใช่  ” แผ่นเหล็กอาบสังกะสีชนิดใช้มุงหลังคา” ที่เราเรียกกันแบบชาวบ้านว่าสังกะสี
5 สเตนเลส  แบ่งตามความหนา
6 ทองเหลือง เป็นโลหะผสม ระหว่างทองแดง กับสังกะสี
7 เหล็ก แบ่งตามความหนา
8 โลหะ อื่นๆ ที่มีลูกค้า หรือโรงงาน เจาะจงมา เช่นเศษขันเงินลงยา

2.2 พลาสติก แบ่ง เป็น Thermoplastic กับ Thermosetting Plastic
ที่ร้านของเก่า จะซื้อกัน จะมีเพียงกลุ่ม Thermoplastic เท่านั้น และซื้อบางตัว
ไม่ได้ซื้อทุกตัว  ที่น่าเวียนหัว และเอาคำว่า “สู้ ซู่ ซู่ ตาย มาช่วยไม่ได้คือ”
แต่ละชนิดมันเหมือนกันมาก แยกไม่ออก นักวิทยาศาสตร์ ยังต้องเอาข้า lab ก่อน
จึงจะบอกได้ว่าเป็นตัวไหน
แต่ที่น่าเวียนหัวคือ เมื่อลูกค้าเอามาขายเราต้องซื้อทั้งหมด จะแยกซื้อไม่ได้
ไม่งั้นเขาไม่เอามาขายให้เรา ยกเว้นเราเป็นเจ้าเดียวใน ละแวก รัศมี 50 ก.ม.

ส่วน Thermosetting Plastic นั้น ก็มีเช่น ถ้วยชามเมลามีน ที่ใช้ทำชามก๋วยเตี๋ยว
อย่างนี้ recycle ไม่ได้ อีกอย่างคือ พวกที่เป็น fiber glass ต่างๆ นี่ก็ recyle ไม่ได้

แผ่นหลังคาเหล็ก

ข้อแนะนำในการเลือกใช้แผ่นหลังคาและผนังเมทัลชีท Metal Sheet

1. ใช้เหล็กมีความแข็งแรงสูง (High Tensile Steel) หรือ G550 สำหรับงานหลังคาเท่านั้น

2. ผลิตจากเหล็กเคลือบ Al55%-Zn หรือ Zincalume ซึ่งจะสามารถทนสนิมและมีอายุการใช้งานมากกว่าเหล็กเคลือบสังกะสี หรือ Galvanize Steel ถึง 4 เท่า

3. รูปลอนสวย ทันสมัย มีการออกแบบระบบกันรั่วบริเวณรอยต่อด้านข้างที่ดี สามารถนำมาดัดโค้ง (Crimp Curve) ได้สวยงามตามความต้องการ

4. มีการออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ Accessories ที่ดี เช่น แผ่นครอบ Flashing, สกรูตัวยึด, ฉนวนกันความร้อน แผ่นหลังคามีการบรรจุหีบห่อที่ดี ไม่เปียกน้ำ อยู่ในสภาพที่ดี สีไม่ลอก และมีการรับประกันคุณภาพของสินค้าหลังการใช้งาน (Product Warranty)

5. ผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพ มีชื่อเสียง มีเทคโนโนยีเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ ความหนาที่ใช้เหมาะสมกับระยะแปที่ออกแบบ

6. ความหนาที่ใช้ถูกต้อง มีการบ่งบอกชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นความหนาก่อนเคลือบหรือหลังเคลือบ (BMT or TCT)

7. ปริมาณชั้นโลหะเคลือบ (Coating Mass) ถูกต้อง เหมาะสมกับการใช้งาน AZ70, AZ150

8. เลือกใช้ประเภทและความหนาของสีอย่างถูกต้อง ไม่ควรใช้สีที่มีความหนาบางเกินไป สำหรับอาคารที่ต้องการความสวยงามและคงทนของสีความหนาของสีควรมากว่า 20 ไมครอน

9. มีสีรองพื้นเหล็ก (Primer) เคลือบสีที่ดีและทนทาน ไม่ซีด สีไม่ลอก ควรจะมีสีรองพื้นเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ และป้องกันแสง UV

10. มีบริการหลังการขาย มีทีมงานวิศวกรและช่างเทคนิคในการให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหา

เหล็กเอชบีม

เหล็ก เอชบีม H-BEAMไอบีม I-BEAMและไวด์แฟรงค์ WIDE FLANKS BEAMเป็นสินค้าคุณภาพมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.1227-2539, 1227-2537 Grade SS400, SS490, SS540, M400, SM490, SM520 จากผู้ผลิตรายใหญ่ ทีมีมาตรฐานสูง เป็นที่รู้จักและยอมรับไปทั่วโลก ผลิตจากเหล็กกล้า คุณภาพดีเยี่ยม แข็งแรง ทนทาน และง่ายต่อการใช้งาน ในแต่ละลักษณะ เหล็กเอชบีม ไอบีม และไวด์แฟรงค์ เป็นเหล็กที่มีขนาด และความหนา ค่อนข้างมาก สามารถรองรับน้ำหนักได้ดีมาก หากใช้ทำเสาอาคาร หรือโรงงานต่าง ๆ โดยไม่ต้องหล่อเสาปูน สามารถใช้แทนกันได้ และก็มีความยาวมากถึง 3 ขนาด คือ 6 เมตร,9 เมตร และ 12 เมตร ทำให้ง่ายต่อการใช้งานและประหยัดเวลามากขึ้น

ปัจจุบัน เหล็กเอชบีม ไอบีม และไวด์แฟรงค์ เป็นที่รู้จักกันอย่างดี ในงานดีไซน์รูปแบบใหม่ ๆ ได้ทั้งความแข็งแรง และสวยงามในเวลาเดียวกัน สำหรับไซด์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ แถบนิคมอุตสาหกรรม ภาคตะวันออกของประเทศไทย หรือแม้แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ก็ใช้เหล็กเอชบีม ไอบีม และไวด์แฟรงค์ ในการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเลย และทุกจังหวัดที่มีการก่อสร้างขนาดใหญ่ ในประเทศไทย

เหล็ก เอชบีม

เศษเหล็ก

เศษเหล็ก

เศษเหล็กอาจดูไม่มีราคาค่างวดในสายตาคนทั่วไป แต่พ่อค้ารับซื้อเศษเหล็กใน

แคลิฟอร์เนียคิดวิธีขัดสนิมเศษเหล็กด้วยการพลิกโฉมการขนส่งเศษโลหะสู่ยุคใหม่ด้วย

ประสิทธิภาพ และนั่นหมายถึงรายได้มหาศาลเชียวล่ะ

        “ยุคใหม่ของการค้าโลกเริ่มเมื่อ 50 ปีก่อนในวันที่ 26 เมษายน ปี 2499 วันนั้น มัลคอม แม็คลีน เจ้าของรถบรรทุกที่เปลี่ยนอาชีพเป็นนักเดินเรือ ใช้ตัวรถบรรทุกเก่า 50 คันบรรจุสินค้าออกจากท่าที่เนวาร์คมุ่งสู่ฮุสตัน รถบรรทุกเก่ากลายเป็นคอนเทนเนอร์ชั้นเยี่ยมและทำให้การขนส่งทางเรือถูกลง อย่างเหลือเชื่อ เป็นการปฏิวัติโฉมเศรษฐกิจโลกก็ว่าได้” นักข่าวและนักเศรษฐศาสตร์ มาร์ค เลวินสันเขียนเล่าการขนส่งทางเรือสมัยใหม่ไว้ใน The Box หนังสือประวัติศาสตร์เล่มใหม่ของเขา การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเทียบเท่ากับการปฏิวัติอินเทอร์เน็ทที่เราทันเห็น กันในยุคนี้ คาร์โก้คอนเทนเนอร์ทำให้สามารถส่งสินค้าในหีบห่อสารพัดแบบไปยังที่หมายต่าง ๆทั่วโลกตามเครือข่ายเดินเรืออย่างที่ไม่เคยนึกว่าจะเป็นได้มาก่อน

         แต่ก็ยังมีสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่ไม่สามารถส่งไปตามช่องทางปกติเหล่านั้น ได้ สินค้านั้นคือ เศษเหล็ก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่ไม่ใช่เศษกระจิ๊บจ้อย ยอดขายเศษเหล็กในอเมริกานั้นสูงถึง 12.6 พันล้านเหรียญในปี 2548 เศษเหล็กจำนวน 67 ล้านตันถูกส่งไปหลอมในประเทศ ซึ่งเป็นเพียง 2 ใน 3 ของการผลิตเหล็กและเหล็กกล้าในอเมริกา อีก 14 ล้านตันส่งไปต่างประเทศ เศษเหล็กไม่ใช่สินค้าส่งไปทั่วโลกได้ง่ายนัก ต้องใช้รถบรรทุกเปิดหลังคาและตู้รถไฟเมื่อลำเลียงของไปทางบก ส่วนการขนส่งทางเรือนั้นยังต้องใช้เรือเทกอง (Break-bulk) แบบเก่าและต้องขึ้นที่ท่าที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการเทกองด้วย เศษเหล็กยังเป็นสินค้าหลงยุคอยู่

         แต่จะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะนาธาน แฟรงเกลกำลังจะขัดขี้สนิมจากความล้าหลังนี้ออกด้วยเครื่องจักรใหม่ที่เขาคิด ค้นขึ้น นาธานเป็นพ่อค้าเศษเหล็กวัย 32 ปี เขาเป็นรุ่นที่ 3 ที่สืบทอดกิจการจากผู้รับซื้อเศษเหล็กที่อพยพมาจากยุโรปตะวันออก เมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัย Brandeis รัฐแมสซาซูเซ็ตส์ในปี 2538 เขาทำงานที่โรงแยกเศษเหล็กของพ่อที่ฟอนตานาเมืองอุตสาหกรรมทางเซาท์เทิร์นแค ลิฟอร์เนีย หลังจากที่พ่อของเขาขายกิจการนี้ไป นาธานเริ่มค้าเศษเหล็กใหม่เองในปี 2542 โดยเช่าพื้นที่ 5 เอเคอร์ในฟอนตานาทำต่อ

         บุคลิกของนาธานดูไม่เหมือนพ่อค้าเศษเหล็กแม้แต่น้อย เขาพักในย่านหรูของลอสเองเจลิส เล่นไวโอลินเก่งและยังรอบรู้ไวน์จากทางเหนือของอิตาลีชนิดหาตัวจับยาก แถมเขายังตั้งชื่อบริษัทใหม่อย่างไพเราะเพราะพริ้งและดูเท่ว่า Advanced Steel Recovery “เป้าหมายของผมคือต้องไม่มีเศษเหล็กเหลือกองอยู่เลย เราต้องมีระบบที่ส่งมอบทันเวลา (just-in-time) อยู่เสมอ” นาธานเล่าหลักการทำงานของเขา

         การชักจูงพ่อค้ารายย่อยให้เอาเศษเหล็กมาขายเขานั้น นาธานใช้ระบบโปร่งใส ลูกค้าสามารถเข้าไปตรวจสอบการซื้อขายได้โดยผ่านเว็บไซท์ของเขาได้ ความโปร่งใสเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมนี้ไม่ทำกัน นอกจากนี้เขากำลังจะติดตั้งป้ายบอกราคารับซื้อขนาดใหญ่ตรงหน้าทางเข้าโรง งานอย่างที่ปั๊มน้ำมันทำกัน เพื่ออัพเดทราคาทุกวัน

การ หาเอาท์เล็ทเศษเหล็กไม่ใช่เรื่องง่ายนักเมื่อนาธานเริ่มกิจการใหม่ ๆ  เพราะผู้ผูกขาดด้านนี้ทางเซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนียมีอยู่ถึง 2 เจ้าแล้วได้แก่ Sims Hugo Neu ซึ่งเป็นสาขาของบริษัทออสตรเลีย และ Pacific Coast Recycling ซึ่งเป็นของบริษัทมิตซุยจากญี่ปุ่น ทั้ง 2 รายต่างมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกแบบเทกองเพียบพร้อมและยังมีโรงงานแยกเศษ เหล็กในเครือข่ายหลายแห่งในย่านนี้ (โรงงานของพ่อนาธานเป็นของ PCR ไปแล้ว) ทั้ง 2 บริษัทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอราคารับซื้อสูง ๆเพื่อดึงลูกค้า

        ปี 2544 โรมัน เชน นายหน้าค้าเหล็กจากฮ่องกงได้มาสำรวจธุรกิจการค้าเศษเหล็กแถวเซาท์เทิร์นแคลิ ฟอร์เนียพร้อมข้อเสนอที่น่าสนใจ เขาเสนอจะเพิ่มราคาให้อีก 30 ถึง 40% ถ้าพ่อค้าทางนี้สามารถส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ได้ เชนเป็นตัวแทนให้โรงงานถลุงเหล็กกล้าในประเทศจีน แต่เดิมการซื้อเศษเหล็กจากอเมริกาต้องผ่านตัวกลางหลายขั้นตอน การมาเจรจาโดยตรงก็เพื่อตัดปัญหาคนกลางและหยิบฉวยโอกาสที่จีนได้เปรียบการ ค้าต่อสหรัฐมาเป็นประโยชน์ทางการค้า ปีที่แล้วเกือบ 2 ใน 3 ของคอนเทนเนอร์ 6.9 ล้านตู้ที่ออกจากท่าเรือของลอสเองเจลิสและลองบีชยังเหลือที่ว่างอยู่มาก บริษัทเดินเรือทั้งหลายยินดีรับคอนเทนเนอร์บรรทุกของเต็มเอี้ยดโดยแทบจะไม่ คิดค่าระวางด้วยซ้ำ แต่เชงจะก็มีราคาที่น่าสนใจเสนอให้

         แต่ปัญหาติดขัดตรงที่ วิธีการเดียวที่จะขนเศษเหล็กใส่คอนเทนเนอร์ได้นั้นต้องใช้ รถตักซึ่งเสียเวลามาก และยังเป็นงานไม่น่าพิสมัยและน่าอันตรายอีกต่างหาก การบรรจุเศษเหล็กลงคอนเทนเนอร์ทำให้มันแตกหรือทะลุเป็นรูบ่อยมาก แต่เชนก็พอหาลูกค้าได้หลายเจ้าอยู่ นาธานลองส่งไปกับเขาครั้งหนึ่งเหมือนกันแต่ต้องบอกศาลา  เขากลับมาตั้งหลักและมุ่งมั่นที่จะหาหนทางส่งเศษเหล็กใหม่ที่ดีกว่าแบบเดิม

เขา คิดเครื่องมือใหม่และตั้งชื่อมันว่า Fastek (ย่อมาจาก Frankel Advanced Shipping Technology) และเขากำลังจะได้สิทธิบัตร 3 ใบจากการสิ่งประดิษฐ์ของเขาในเร็ว ๆ นี้ Fastek ทำงานโดยใช้ชั้นเหล็กกล้าที่ทำเป็นช่องขนาดยักษ์และแข็งแรงมาก สามารถรับเศษเหล็กที่บดแล้วได้ถึง 47,000 ปอนด์โดยการเทใส่จากด้านบน จากนั้นค่อยเลื่อนชั้นยักษ์นี้ใส่ตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งอยู่บนรถบรรทุกได้ เลย แล้วค่อยดึงชั้นยักษ์ออกมาและวางแผ่นเหล็กกันไว้ การทดลองบรรจุครั้งแรกด้วยเครื่องมือใหม่นี้เมื่อปีที่แล้วใช้เวลาเพียง 10 นาที เครื่อง Fastek รุ่น 2 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในปีนี้ใช้เวลาแค่ 5 นาที ความเสียหายที่เกิดกับคอนเทนเนอร์ก็มีน้อยมาก นาธานสามารถลดค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากทั้งปวงในการขนส่งเศษเหล็กด้วยการทำ งานคราวเดียว

         เขาเสียค่าใช้จ่ายในการประดิษฐ์เครื่องนี้ไป 1 ล้านเหรียญ แต่เป็นการลงทุนที่แสนคุ้ม เพราะกิจการของเขาพุ่งพรวดทันตา 10 เดือนที่ผ่านมาเขาส่งเศษเหล็กกว่า 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์และยังได้ลูกค้าใหม่ ๆ ตั้งแต่โรงงานหลอมเหล็กในบังคลาเทศจนถึงบริษัทชิปปิงยักษ์ของอเมริการที่ตอน นี้สั่งให้รถบรรทุกเศษเหล็กจากศูนย์รับซื้อในฟอนตานาให้ตรงมาที่โรงงานของ เขาแทบหัวกระไดไม่แห้ง ขั้นต่อไปคือการขายเครื่องจักรนี้แก่โรงงานเศษเหล็กทั่วประเทศ นาธานยังคิดไม่ตกว่าจะขายหรือทำเป็นแบบให้เช่าดี


 

เหล็กก่อสร้าง

เหล็ก1

หากจะพูดถึงเรื่อง “เหล็ก” ที่ใช้ในงานก่อสร้าง หลายคนอาจรู้จักแค่เพียง เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย เหล็กฉาก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเหล็กทั้งหลายยังมีการแบ่งเป็น “เหล็กเต็ม” กับ “เหล็กเบา” อีกด้วย เหล็กเต็ม หรือ เหล็กโรงใหญ่ หมายถึงเหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และน้ำหนักของเหล็กได้มาตรฐาน มอก. แต่ เหล็กเบา หรือ เหล็กโรงเล็ก เป็นเหล็กที่ผลิตให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน มอก. มักเป็นเหล็กรีดซ้ำ (นำเศษเหล็กที่ใช้งานแล้ว หรือเศษเหล็กเสียสภาพมารีดใหม่อีกครั้ง) ในตลาดเหล็กทั่วประเทศ เหล็กเบาจะมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 10-15% และจะมีราคาต่ำกว่าเหล็กเต็มประมาณ 40สตางค์ – 1 บาทต่อ 1 กิโลกรัม การเลือกซื้อเหล็กเบา มาใช้ในงานก่อสร้าง แม้จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะมีราคาที่ถูกกว่าเหล็กเต็ม แต่ก็อาจก่อให้เกิดอันตราย เพราะขนาด ความยาว และน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจไม่สามารถรับน้ำหนักตามที่แบบกำหนดไว้ได้ ลาภทวี เสนะวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ อาทิ งานคอนโดมิเนียม งานก่อสร้างรถไฟฟ้า โอกาสเจอเหล็กเบาน้อยมาก แต่งานก่อสร้างโครงสร้างเล็ก ๆ เช่น งานโรงจอดรถ หรืองานต่อเติมบ้าน ระบบควบคุมไม่ดี มีโอกาสเจอเหล็กเบาสูงมาก เจ้าของบ้านเองมักไม่รู้ และไม่เข้าใจ ส่วนใหญ่มักยกหน้าที่เลือกซื้อเหล็กให้กับผู้รับเหมา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตที่ต้องมีความรับผิดชอบ ผลิตเหล็กตามมาตรฐาน” วิธีการตรวจสอบ “เหล็กเต็ม” สามารถทำได้โดย การนำเหล็กที่มีความยาว 1 เมตรมาชั่ง แล้วนำน้ำหนักที่ได้ไปเปรียบเทียบกับน้ำหนักต่ำสุดที่ยอมรับได้ตามมาตรฐาน บังคับ มอก. ถ้ามีน้ำหนักน้อยกว่าแสดงว่าเป็นเหล็กเบา ซึ่งไม่ควรนำมาใช้ก่อสร้าง ถ้าไม่มีเครื่องมือตรวจวัด ชั่งน้ำหนัก การตรวจสอบที่ง่ายที่สุดคือการตรวจดูเส้นผ่าศูนย์กลาง เพราะเหล็กเบามักถูกรีดให้มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตามเหล็กเต็มกับเหล็กเบาก็มักมีขนาดไม่ต่างกันมากนัก มองด้วยตาเปล่าอาจลำบาก “ผู้บริโภคต้องยืนยันในหลักการที่จะใช้เหล็กเต็มที่ได้มาตรฐาน เพราะเหล็กเป็นโครงสร้างสำคัญของบ้าน เจ้าของบ้านต้องบังคับให้ผู้รับเหมารู้ว่าเราใส่ใจเรื่องนี้ ผู้ผลิตเองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ อย่างทาทาสตีลเองก็จะตีตราทาทาทิสคอนลงบนเหล็กทุกเส้น เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคเห็นว่าใครเป็นผู้ผลิต” ลาภทวี เสนะวงษ์ กล่าวสรุป สำหรับลักษณะเหล็กเต็มที่ดี มีคุณภาพ ทาทาสตีลแนะนำให้พิจารณาจากคุณสมบัติ 5 ประการ 1. ต้องมียี่ห้อ ขนาดระบุบนเหล็กเส้น 2. ผิวเหล็กกลมต้องเรียบเกลี้ยงไม่เบี้ยว ไม่มีรอยปริแตก ส่วนเหล็กข้ออ้อยต้องมีบั้งระยะเท่ากัน สม่ำเสมอตลอดเส้น 3. เส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักต้องถูกต้องตามมาตรฐาน 4. เมื่อดัดโค้ง งอ ต้องไม่ปริแตก หัก ง่าย 5. เหล็กต้องไม่เป็นสนิมขุมกินเข้าไปใน เนื้อเหล็ก.

หลังคาเหล็กรูปพรรณ

ปัจจุบันมีการนาโครงหลังคาสำเร็จรูปมาใช้แทนโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณกันอย่างแพร่หลาย แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาเปรียบเทียบการก่อสร้างทั้งสองวิธีในด้านระยะเวลา ต้นทุนและคุณภาพของงานก่อสร้างโดยการเก็บข้อมูลจากงานก่อสร้างจริง ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาข้อดีของการนาโครงหลังคาสาเร็จรูปมาใช้แทนโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณซึ่งนามาเปรียบเทียบกัน ขอบเขตของเนื้อหาเป็นบ้านเดี่ยวระดับกลาง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาก่อสร้าง ต้นทุนและคุณภาพของงานในการก่อสร้างโครงหลังคาด้วยโครงหลังคาสาเร็จรูปและโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณ ขั้นตอนการศึกษาเริ่มจากการศึกษาส่วนประกอบต่างๆและวิธีการติดตั้งโครงหลังคาสาเร็จรูปและโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณ จากนั้นสารวจและเก็บข้อมูลจากตัวอย่างบ้านจานวน 6 ตัวอย่างในเรื่องระยะเวลา ต้นทุนและคุณภาพของงานติดตั้งโครงหลังคาโดยใช้แบบสังเกต จดบันทึกและถ่ายรูปแล้วนาข้อมูลมาเปรียบเทียบระหว่างโครงหลังคาสาเร็จรูปกับโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณ ผลการวิจัยสรุปว่า โครงหลังคาสาเร็จรูปใช้ระยะเวลาและต้นทุนน้อยกว่าแต่มีคุณภาพดีกว่าโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณ ผลการวิจัยที่ได้สามารถใช้เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจในการเลือกใช้ระบบการก่อสร้างโครงหลังคาโดยสามารถลดระยะเวลาก่อสร้าง

การเลือกซื้อเหล็กเส้น

หลักการเลือกซื้อเหล็กเส้น เหล็กเต็มที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย

หาก จะพูดถึงเรื่อง “เหล็ก” ที่ใช้ในงานก่อสร้าง หลายคนอาจรู้จักแค่เพียง เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย เหล็กฉาก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเหล็กทั้งหลายยังมีการแบ่งเป็น “เหล็กเต็ม” กับ “เหล็กเบา” อีกด้วย

เหล็กเต็ม หรือ เหล็กโรงใหญ่ หมายถึงเหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และน้ำหนักของเหล็กได้มาตรฐาน มอก. แต่ เหล็กเบา หรือ เหล็กโรงเล็ก เป็นเหล็กที่ผลิตให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน มอก. มักเป็นเหล็กรีดซ้ำ (นำเศษเหล็กที่ใช้งานแล้ว หรือเศษเหล็กเสียสภาพมารีดใหม่อีกครั้ง)

ในตลาดเหล็กทั่วประเทศ เหล็กเบาจะมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 10-15% และจะมีราคาต่ำกว่าเหล็กเต็มประมาณ 40สตางค์ – 1 บาทต่อ 1 กิโลกรัม
การ เลือกซื้อเหล็กเบา มาใช้ในงานก่อสร้าง แม้จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะมีราคาที่ถูกกว่าเหล็กเต็ม แต่ก็อาจก่อให้เกิดอันตราย เพราะขนาด ความยาว และน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจไม่สามารถรับน้ำหนักตามที่แบบกำหนดไว้ได้

ลาภทวี เสนะวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ อาทิ งานคอนโดมิเนียม งานก่อสร้างรถไฟฟ้า โอกาสเจอเหล็กเบาน้อยมาก แต่งานก่อสร้างโครงสร้างเล็ก ๆ เช่น งานโรงจอดรถ หรืองานต่อเติมบ้าน  ระบบควบคุมไม่ดี มีโอกาสเจอเหล็กเบาสูงมาก เจ้าของบ้านเองมักไม่รู้ และไม่เข้าใจ ส่วนใหญ่มักยกหน้าที่เลือกซื้อเหล็กให้กับผู้รับเหมา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตที่ต้องมีความรับผิดชอบ ผลิตเหล็กตามมาตรฐาน”

วิธีการตรวจสอบ “เหล็กเต็ม” สามารถทำได้โดย การนำเหล็กที่มีความยาว 1 เมตรมาชั่ง แล้วนำน้ำหนักที่ได้ไปเปรียบเทียบกับน้ำหนักต่ำสุดที่ยอมรับได้ตามมาตรฐาน บังคับ มอก. ถ้ามีน้ำหนักน้อยกว่าแสดงว่าเป็นเหล็กเบา ซึ่งไม่ควรนำมาใช้ก่อสร้าง

ถ้าไม่มีเครื่องมือตรวจวัด ชั่งน้ำหนัก การตรวจสอบที่ง่ายที่สุดคือการตรวจดูเส้นผ่าศูนย์กลาง เพราะเหล็กเบามักถูกรีดให้มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตามเหล็กเต็มกับเหล็กเบาก็มักมีขนาดไม่ต่างกันมากนัก มองด้วยตาเปล่าอาจลำบาก

“ผู้บริโภคต้องยืนยันในหลักการที่จะใช้เหล็ก เต็มที่ได้มาตรฐาน เพราะเหล็กเป็นโครงสร้างสำคัญของบ้าน  เจ้าของบ้านต้องบังคับให้ผู้รับเหมารู้ว่าเราใส่ใจเรื่องนี้ ผู้ผลิตเองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ อย่างทาทาสตีลเองก็จะตีตราทาทาทิสคอนลงบนเหล็กทุกเส้น เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคเห็นว่าใครเป็นผู้ผลิต” ลาภทวี เสนะวงษ์ กล่าวสรุป
สำหรับ ลักษณะเหล็กเต็มที่ดี มีคุณภาพ ทาทาสตีลแนะนำให้พิจารณาจากคุณสมบัติ 5 ประการ 1. ต้องมียี่ห้อ ขนาดระบุบนเหล็กเส้น 2. ผิวเหล็กกลมต้องเรียบเกลี้ยงไม่เบี้ยว ไม่มีรอยปริแตก ส่วนเหล็กข้ออ้อยต้องมีบั้งระยะเท่ากัน สม่ำเสมอตลอดเส้น 3. เส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักต้องถูกต้องตามมาตรฐาน 4. เมื่อดัดโค้ง งอ ต้องไม่ปริแตก หัก ง่าย 5. เหล็กต้องไม่เป็นสนิมขุมกินเข้าไปใน     เนื้อเหล็ก.

หลังคาเหล็ก

การเลือกใช้หลังคาเหล็ก Metal Sheet
การเลือกซื้อหลังคาเหล็ก หรือ การเลือกใช้หลังคา Metal Sheet สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่มักถามถึงก็คือราคาหลังคาเหล็ก ในขณะที่ผู้ถามก็ไม่ได้ถาม หรือ  ให้ข้อมูลที่เพียงพอ ต่อการเลือกซื้อ หรือ เลือกพิจารณาการสั่งซื้อ หากคุณไม่ไช่คนที่เพียงแต่หาของถูกเท่านั้น แต่ยังต้องการได้หลังคาเหล็กที่มีคุณภาพในราคาที่ดีแล้ว คุณควรที่จะเข้าใจสิ่งที่มีผลต่อราคาและการเลือกใช้ที่เหมาะสม นอกเหนือไปจากความชอบพอซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลแล้ว

เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็นภาพและเข้าใจ ทางเราขอนำเสนอ สามกลุ่มผู้บริโภค จากการพิจารณา ถึงปัจจัยหลักในการเลือกซื้อหลังคาเหล็ก Metal Sheet นั้นก็คือ งบประมาณ คุณสมบัติของหลังคาเหล็ก และ ลักษณะงาน ซึ่งผู้ซื้อสามารถที่จะใช้เป็นแนวทาง ในการเลือกใช้หลังคาเหล็กเมทัลชีท Metal Sheet ได้ดีขึ้น